๐๑๐การต้านความชราและฟื้นฟูสภาพ กับ โกร๊ธฮอร์โม ตอน ๒

ปัจจุบัน โกร๊ธฮอร์โมน หรือ HGH เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นในศาสตร์แห่งการต้านความชราและฟื้นฟูสภาพ บางคนมาปรึกษาว่าอยากจะเป็นหนุ่มหล่อสาวสวย และไม่อยากแก่ ทำอย่างไรขอฉีดโกร๊ธฮอร์โมนได้ไหม
ผมเลยอยากให้ความรู้และเล่าความเป็นมาของโกร๊ธฮอร์โมนให้ทุกท่านทราบเพื่อจะได้เข้าใจและเลือกใช้อย่างถูกต้อง HGH ที่ผลิตในปัจจุบัน ผลิตจากเทคโนโลยีการตัดต่อทางพันธุกรรมในเซลล์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ประกอบด้วย กรดอะมิโน 191 ตัว  ซึ่งจะมีความเหมือนกับโกร๊ธฮอร์โมนของมนุษย์ทุกประการ HGH เป็นสารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและมีผลต่อองค์ประกอบของเซลล์ร่างกายและกระบวนการเมตาบอลิซึม

โดยตัวยาจะจับกับตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงในเซลล์ของร่างกายเช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว, เซลล์ตับ, เซลล์ไขมัน, เซลล์กล้ามเนื้อ ฯลฯ  เกิดการสังเคราะห์ฮอร์โมนอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า IgF1 และ IgF2 เวลาฉีดโกร๊ธฮอร์โมนจะฉีดเข้าบริเวณต้นขา หรือกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง 
ลืมบอกไปครับโกร๊ธฮอร์โมน ผลิตจากต่อมใต้สมองและจะผลิตมากในช่วงแรกของการนอน ดังสุภาษิตว่า เราจะเจริญเติบโตขณะนอนหลับ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมานั้นเอง เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของโกร๊ธฮอร์โมนจะลดลง พออายุ 60 ปี จะมีปริมาณเพียงครึ่งหนึ่งเทียบกับวัย 20  ปี  ทุกท่านสามารถเพิ่มระดับโกร๊ธฮอร์โมนได้โดยการออกกำลังกาย,  ควบคุมอาหาร, ลดน้ำหนัก, ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนนอน เนื่องจากอินซูลินที่เพิ่มจากการรับประทานอาหารก่อนนอนจะยับยั้งการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน, นอกจากนั้นกรดอะมิโนบางชนิด เช่น อาร์จินีน สามารถเพิ่มระดับโกร๊ธฮอร์โมนได้
โกร๊ธฮอร์โมนเป็นฮอร์โมนซึ่งมีผลดีต่อหลาย ๆระบบของร่างกาย เช่น ระบบหัวใจ หลอดเลือด ทำให้ไขมันตัวดี (HDL) เพิ่ม, ไขมันตัวไม่ดี (LDL) ลด, ป้องกันอาการซึมเศร้า, เพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ, ป้องกันอัมพฤกษ์,อัมพาต,  เพิ่มภูมิต้านทาน โดยเพิ่มการทำงานของต่อมไทมัส ทำให้ผิวพรรณสวยสด งดงาม, ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น, ลดถุงไขมันใต้ตา, ลดความอ้วน, เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก, เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ,  สายตาดีขึ้น, ผมดก 

อย่างไรก็ตาม มีข้อดีก็มีข้อเสีย ผลข้างเคียงที่พบคือ การบวมและคั่งของน้ำ, ปวดข้อ, ปวดศีรษะ, ทำให้ระดับคอร์ติซอลต่ำลง, ประสาทตามีการอักเสบและบวม,  ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่มสูงขึ้น ควรต้องระวังในคนไข้เป็นโรคเบาหวาน,
สำหรับโกร๊ธฮอร์โมนปัจจุบันมีผลิตออกมาหลายรูปแบบ มีทั้งชนิดรับประทาน, สูดดม, อมใต้ลิ้น แต่ชนิดที่ได้ผลในปัจจุบัน เป็นรูปแบบฉีดเท่านั้น เวลาฉีดอย่าฉีดปริมาณมากเกินไปเพราะจะเกิดภาวะที่เรียกว่า Acromegaly  คือ รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงกระโหลกศรีษะหนาตัวขึ้น รูปร่างใหญ่ขึ้นดูคล้ายยักษ์ ซึ่งต้องระมัดระวัง ทางที่ดีควรปรึกษาและอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ต้านความชรา จะดีที่สุดครับ......สวัสดี

ขอบคุณครับ :
ศ.นพ.(ปิติ พลัง ว ชิ รา) พบ,วว ตจวิทยา (ผิวหนัง),PhD
AAMS(WSOAAM),American Board of Anti Aging Medicine