ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่ามหาศาลเป็นโภชนาการของมนุษย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเริ่มปลูกในประเทศจีนเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว แต่ยุโรปและอเมริกา เริ่มเอาไปปลูกเมื่อปี ค.ศ. 1600-1700 ภายในถั่วเหลืองมีน้ำมันซึ่งมนุษย์สามารถสกัดเอามาใช้ปรุงอาหารตั้งแต่อดีตกาลนานมาแล้ว
คุณรู้ไหมครับว่า “ถั่วเหลือง” เมล็ดหนึ่งๆ มีสารอาหารอัดแน่นอยู่ภายในมากมาย ประกอบด้วย เส้นใย 15 % น้ำมัน 18 %คาร์โบไฮเดรต15% โปรตีน 36-38 % อื่นๆก็มีไขมัน,โพแตสเซียม,โฟเลต,ไฟโตเคมีคอลอื่นอีกหลากหลาย มีสารที่สำคัญคือ isoflavone ซึ่งประกอบด้วยสารหลายชนิดเช่น genistein, Daidzein ไบโอคานีนและฟอร์มอโนเนติน มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งยีนส์ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง,ป้องกันโรคกระดูกผุ,มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันเกล็ดเลือดแข็งตัวอีกด้วย
ถั่วเหลืองเป็นสารอาหารที่นักมังสวิรัติทั้งหลายนิยมบริโภคที่สำคัญ คือ สารเจนิสตีนและไดด์ซีน ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจน จึงเรียกอีกชื่อว่า Phytoestrogen สามารถใช้ป้องกันโรคกระดูกผุได้เนื่องจาก สารตัวนี้จะไปทดแทนเอสโตรเจนตรงบริเวณกระดูก ทำให้ลดการทำงานของเซลส์ osteoclast ส่งผลให้การทำลายกระดูกลดน้อยลง ลดอาการร้อนวูบวาบในสตรีวัยหมดประจำเดือน
นอกจากนั้นยังมี ลิกแนนซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน สำหรับการลดระดับคอเลสเตอรอล จากผลการวิจัยพบว่า ถ้าเรารับประทานวันละ 25-50 กรัมของโปรตีนจากถั่วเหลืองสามารถลดระดับ LDL หรือไขมัน ตัวไม่ดีได้ถึง 24 % การศึกษาในปัจจุบันพบว่า อาหารประเภทพืช ผัก ผลไม้ คาร์โบไฮเดรตสูง ไขมันต่ำ ทำให้การดูดซึมไอโซฟลาโวนมากขึ้น เนื่องจากอาหารดังกล่าวสร้างความสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้และทำให้การดูดซึมสารนี้ดีขึ้น
ไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารไฟโตเอสโตรเจน เป็นแหล่งอาหารสำคัญของคนจีนและญี่ปุ่น ซึ่งพบว่าคนทั้งสองประเทศที่กล่าวบริโภคไอโซฟลาโวนเฉลี่ย 20-50 มก./วัน ต่างกับคนอเมริกา ซึ่งบริโภคเฉลี่ยวันละ 1 มก.
เชื่อว่าการที่ อุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ลดลง เนื่องจากได้รับสารที่มีไอโซฟลาโวนมาก สำหรับปริมาณที่เหมาะสมควรจะอยู่ระหว่าง 25-50 กรัม ซึ่งคำนวณแล้วจะมีโปรตีนถั่วประมาณ 4-6 กรัมและสารไอโซฟลาโวนของถั่วเหลือง 20-30 มก. จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่าการเลือกรับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ เป็นหลักอย่างหลากหลาย ร่วมกับอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน เช่น ถั่วเหลือง จัดเป็นอาหารที่ดีและประโยชน์สำหรับพวกเรานะครับ สวัสดี....
ขอบคุณครับ :
ศ.นพ.(ปิติ พลัง ว ชิ รา) พบ,วว ตจวิทยา (ผิวหนัง),PhD
AAMS(WSOAAM),American Board of Anti Aging Medicine