๐๐๓อาหารต้านมะเร็ง

อาหารต้านมะเร็ง
                ปัจจุบันนี้พวกเราทราบว่าพืช ผักและผลไม้เป็นอาหารต้านมะเร็ง ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า พืชผัก ผลไม้ เหล่านี้มีสารที่เรียกว่า ไฟโต เคมิคอล ซึ่งนอกจากจะมีฤทธิ์ต้านมะเร็งแล้ว ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ฆ่าแบคทีเรียและไวรัส ปกป้องอันตรายจากรังสีของดวงอาทิตย์ นักวิทยาศาสตร์ สามารถพบสารไฟโตเคมีคอล กว่า 40,000 ชนิดและผลไม้บางชนิดสามารถพบสารไฟโตเคมิคอลกว่า 100 ชนิด แต่ในปัจจุบัน กระบวนการเพาะปลูกและการผลิตอาหาร ทำให้พืชผักและอาหารที่รับประทานมีคุณภาพลดลง สารไฟโตเคมิคอลโดยปกติสามารถออกฤทธิ์กระตุ้นเอ็นไซม์ที่หยุดยั้งสารก่อมะเร็ง สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงจนสามารถทำลายเซลล์ที่เริ่มจะเป็นมะเร็งได้ ไฟโตเคมิคอล ซึ่งมีชื่อเสียงรู้จักกันดี และคุ้นหูคือ ฟลาโวนอยด์ ซึ่งพบมากกว่า 4000 ชนิด แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่และอาหารที่มีเส้นใย สามารถทำให้ฟลาโวนอยด์ถูกดูดซึมพร้อมออกฤทธิ์ สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่สำคัญ คือแอนโทไซยานีน ฟลาโวน ลูทีโอลิน เอพิจินีน ฟลาวานอล คาทีซิน เคอร์ซีทิน รูทีน ฟลาวาโนน นารินจีนิน      เฮสเพอร์ดีน   ไอโซฟลาโวน ไฟโตเคมิคอล อีกกลุ่มที่สำคัญคือ ไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งประกอบด้วย ไอโซฟลาโวน ซึ่งถือว่าเป็นฟลาโวนอยด์ ชนิดหนึ่ง คูเมสทรอล ลิกแนน ฟิโนลิก กลุ่มนี้พบมากในถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่ ถั่วเลนทิล ถั่วงอก และธัญพืชไม่ขัดขาว แต่พบไม่มากในผัก ผลไม้ สารไฟโตเอสโตรเจน มีโครงสร้างเหมือนฮอร์โมนเพศหญิง แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า ช่วยปรับระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนให้สมดุล กลุ่มที่สำคัญถัดมา คือกลุ่มฟีโนลิก ยกตัวอย่างเช่น กรดซาลิไซลิก กรดเอลลาจิก เคอร์คูมิน กรดคลอโรจีนิก แคปไซซีน แทนนินหรือโพรแอนโทไซยานีดีน เอสติวปีน เรสวาราทอล(ที่พบในองุ่น)          คูมาริน เป็นต้น กลุ่มแคโรตีนอยด์ ซึ่งแยกย่อยออกเป็นสารต่างๆ อีกมากมาย ส่วนไฟโตเคมิคอลที่สำคัญอื่นๆก็มี แอลเลี่ยม อินโดล ไอโซไทไอไซยาเนต กรดไฟติก ไฟโตสเตอรอล ฟรุกโตโอลิโก แซ็กคาไรด์ เลนทิแนนในเห็ดหอม ลิโมนอยด์ในมะนาว ซาโพนินในถั่วงอก คาเฟอีน โบรมีเลน พาเพนในสับปะรดและมะละกอ เห็นไหมครับ ผักและผลไม้มีความสำคัญมากเพราะอุดมไปด้วยสารไฟโตเคมิมอล วิตามิน เกลือแร่ รวมทั้งเส้นใยอาหาร ซึ่งจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด แต่เมื่อมีประโยชน์ก็เกิดโทษได้ เช่น บางคนอาจเกิดอาการแพ้ เช่น แพ้ ซัลไฟด์ในกระเทียม แคปไซซินในพริกซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการผิวหนังอักเสบ คาเฟอีนในกาแฟทำให้เกิดไมเกรน ไฟโตเคมิคอลบางชนิดเป็นพิษต่อเซลล์ เช่น ลาไทโรเจนในถั่วหอมอินเดีย  ถ้ารับประทานเป็นอาหารหลักจะทำลายเซลล์สมองเกิดอัมพาต สารไพโรลลิซีดีน แอลคาลอยด์ สามารถทำให้เกิดมะเร็งตับ บางคนอาจแพ้กรดฟิโนลิกในเครื่องแกงผง ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือมีความเสี่ยงสูง จะรับประทานสารไฟโตเอสโตรเจนควรปรึกษาแพทย์ ไฟโตเคมิคอลบางชนิด ลดการดูดซึมแคลเซียม เช่น ปวยเล้ง นอกจากนั้น ปวยเล้งยังมีสารอ็อกซาเลตสูง ดังนั้นถ้าท่านป่วยเป็นนิ่วที่มีสารอ็อกซาเลตสูง ก็ควรต้องระวัง การรับประทานมันฝรั่งอ่อน พบสารไกลโคแอลคาลอยด์ ซึ่งจะมีพิษต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องเดินอย่างรุนแรง การรับประทานพืชผักตระกูลกะหล่ำอาจเกิดอาการคอพอกเนื่องจากได้รับไอโอดีนจากอาหารลดลง เพราะสารกลูโคไซโนเลตลดการดูดซึมสารไอโอดีน  ดังนั้นควรบริโภคอาหาร สารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ เส้นใย อย่างสมดุลจะดีที่สุด
                สุดท้าย ผมขอสรุปเลยนะครับว่า อาหารทำให้ท่านมีสุขภาพดี ป้องกันบรรเทาอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะการรับประทานผักและผลไม้สามารถป้องกันมะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทานและยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อาหารสมดุลเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดกระผมอยากจะให้พวกเราชาวไทยทุกคนเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับตนเองทั้งนี้เพื่อประโยชน์สำหรับตัวท่านเองนะครับ.....สวัสดี

ขอบคุณครับ 
ศ.นพ.(ปิติ  พลังวชิรา) พบ, วว ตจวิทยา (ผิวหนัง), PhD
AAMS (WSOAAM), American Board of Anti Aging Medicine