๐๑๖ยาลดความอ้วน

ยาลดความอ้วน
          ปัจจุบัน มนุษย์มีแนวโน้มที่จะอ้วนมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากการรับประทานอาหารเกินความต้องการ พบว่า คนอเมริกันรับประทานอาหาร เฉลี่ยวันละ 3,700 แคลอรี่ และโรคอ้วนในคนอเมริกันพบได้ตั้งแต่วัยเด็ก และก่อให้เกิด ปัญหาสาธารณสุขตามมาอย่างมาก ทำให้คนอเมริกันตายเร็ว แก่เร็ว เกิดโรคภัยไข้เจ็บและโรคแทรกซ้อนจากความอ้วนมากมาย เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดัน, โรคหัวใจ, โรคมะเร็ง, โรคเมตาโบลิกซินโดรม อาหารของคนอเมริกันจะเป็นอาหารที่อุดมไปด้วย แป้ง น้ำตาล ไขมัน ซึ่งให้ปริมาณแคลอรี่ค่อนข้างมาก ซึ่งถ้าเราควบคุมปริมาณได้ก็ดี ออกกำลังกายก็จะดียิ่งขึ้น แต่ปัญหาคือ มักจะเกิดความหิว ความอยากรับประทานอาหาร ซึ่งถ้าปริมาณแคลอรี่มีปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะมีการสะสมเป็นไขมัน ทุกวันนี้บริษัทยาพยายามหายาตัวใหม่ออกมา เพื่อลดการบริโภคอาหาร ทราบไหมครับว่า คนอเมริกันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเป็นโรคอ้วนมากกว่า 65 % และในเด็กพบโรคอ้วน มากกว่า 15 % สาเหตุของมันก็มีมากมาย บางคนอาจจะเกิดจากการแพ้อาหารชนิด IgG เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยไป
หลังจากที่มีการวิจัยค้นคว้ากันมานาน พบว่า เริ่มมีการค้นพบสารสำคัญหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับความหิว ความอิ่ม สารตัวแรกที่จะขอกล่าวคือ ghrelin ฮอร์โมนตัวนี้ผลิตในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ถ้าฉีดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นถึง 30 % สารตัวนี้จะสูงขึ้นเมื่อเราอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คงจะเป็นกลไกของธรรมชาติในการกระตุ้นการรับประทานอาหารเพื่อเอาน้ำหนักคืนมา คนที่ผ่าตัดกระเพาะอาหารพบว่า ghrelin  ลดลง ดังนั้นจึงรับประทานอาหารได้น้อยลง
ปัจจุบันจึงมีบริษัทพยายามผลิตยาเพื่อลด ghrelin ในการรักษาโรคอ้วนและเพิ่ม ghrelin เพื่อใช้รักษาให้คนไข้รับประทานอาหารได้มากๆ ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเอดส์ ตัวต่อมาคือ Peptide yy-3-36 หรือ Pyy จะทำให้อิ่มเช่นกัน โดยลดระดับ ghrelin ถัดมา คือ leptin ซึ่งเป็นสารสร้างจากไขมัน ถ้าร่างกายเราขาด leptin สมองจะตีความว่าขาดไขมันและกระตุ้นให้เรารับประทานเพิ่ม ดังนั้นถ้าเราให้ leptin จำนวนน้อยๆ มันจะไปหลอกสมอง ให้คิดว่าได้ไขมันกลับคืนมาแล้วจึงไม่กินเพิ่ม อ่านแล้วงงนะครับ
leptin โดยปกติ จะกระตุ้นเมตาโบลิซึม แต่การขาด leptin จะทำให้เมตาโบลิซึมลดลง อันที่จริงคนอ้วนมี leptin สูง แต่การให้ leptin มาก ไม่ได้ช่วยให้คนอ้วนน้ำหนักลดลง อย่างไรก็ตามสาร leptin ยังอยู่ในระหว่างการทดลอง อนาคตของยากลุ่มนี้ก็ยังมีสารพวก Rimonabant ซึ่งจะออกฤทธิ์ทั้งต่อระบบประสาทสมองส่วนกลางและตรงบริเวณเซลล์ไขมัน สารยับยั้งเอ็นไซม์ 11 B HSD นอกจากนั้นก็ยังมีสารเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักมากมาย ตั้งแต่ ชาเขียว, พริก, สารสกัดส้มแขก,L-carnitine, สาร DHEA, สาร glucomannan, กรดแอลฟ่าไลโปอิก ฯ ลฯ
          โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรัง หลายรายมีน้ำหนักเพิ่มเมื่อหยุดยา การรักษาต่อเนื่อง ควบคุมน้ำหนักให้ลดลง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ การใช้ยาต้องดูว่าผู้ป่วยมีข้อห้ามหรือเปล่า อย่าลืมความคุมอาหารหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและให้พลังงานสูง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ วันนี้ผมเขียนเรื่องราวอาจจะยากไปนิด แต่อยากให้คนไทยรู้ไว้จะได้ทันเหตุการณ์และทันสมัย เพราะชาวบ้านฝรั่งเขารู้เรื่องราวเหล่านี้ดีนะครับดังนั้นผมจึงเอาเรื่องนี้มานำเสนอ.....วันนี้จบแค่นี้ครับ สวัสดี

ขอบคุณครับ :
ศ.นพ.(ปิติ พลัง ว ชิ รา) พบ,วว ตจวิทยา (ผิวหนัง),PhD
AAMS(WSOAAM),American Board of Anti Aging Medicine